ประสิทธิภาพการใช้โลหะมีค่าเป็น money ในทางการเงินได้เป็นที่ยอมรับของนักเศรษฐศาสตร์ตัวจริงซึ่งก็มีเพียงแค่ 5%

ไม่ใช่อีก 95% ที่เราเรียกกันว่า “มืออาชีพ” พวกนั้นเลย …Money …ซึ่งก็คือทองคำนั่นแหละ เป็นสิ่งที่ทำให้มีการจำแนกความชำนาญ..แรงงานการผลิต และทำให้มนุษย์เราไม่ต้องใช้วิธีการแลกเปลี่ยน (barter) มาใช้ในการค้า

ทำให้เกิดการค้าเสรีซึ่งเชื่อมโยงมนุษยชาติทุกเผ่าพันธ์เข้าไว้ด้วยกัน

ในระบบของธนาคารกลางที่ใช้เงินกระดาษมาเป็น money แบบไม่มีอะไรหนุนอิง..ซึ่งตรงข้ามกับระบบมาตรฐานทองคำ …ธนาคารกลางสามารถแทรกแซงเงินโดยทำให้มันเสื่อมค่า (debasement) หรือบิดเบือนได้ง่ายๆ หรือแม้แต่การก่อให้เกิดวงจรธุรกิจที่โหดร้าย

Murray Rothbard อธิบายไว้ในหนังสือของเขา What Has Government Done To Our Money? ถึงผลร้ายของการที่รัฐแทรกแซงระบบการเงินไว้ว่า

…”….รัฐบาลที่เข้าไปยุ่งกับระบบการเงินไม่เพียงนำการกดขี่มาสู่โลกเท่านั้น แต่ยังนำความวุ่นวายสับสนมาด้วย มันทำลายความสงบสุขของตลาดโลก และผลผลิต ทำให้การค้าเกิดความเชื่องช้าจากข้อกำหนดหยุมหยิมมากมายที่เกิดจาก การควบคุมและการปริวรรติเงินตรา มันทำให้เกิดกรณีพิพาทของกลุ่มประเทศจากอัตราแลกเปลี่ยนที่อาจลามเป็นสงครามได้….” **

ในขณะที่มาตรฐานทองคำสร้างประสิทธิภาพที่ดีต่อเศรษฐกิจ ….มันยังได้สร้างจริยธรรมจนน่าจะเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ทองคำอยู่ยืนยงเป็นสื่อกลางการแลกเปลี่ยนมาได้ยาวนาน …ทองคำในฐานะ money ถูกสร้างจากมูลค่าของมัน มูลค่าจากการใช้แรงงาน..ทุน..และความเสี่ยงในเหมืองในการผลิต …การแปลงให้เป็นเหรียญทองคำก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องใช้ความชำนาญเฉพาะ ..ทั้งหมดนี้เป็นกระบวนการผลิตที่ซื่อสัตย์และถูกต้อง

แต่การตราธนบัตรจากการพิมพ์..หรือการคีย์เข้าจากเครื่องคอมพิวเตอร์..หรือการขยายเครดิต โดยไม่มีมูลค่าอะไรอ้างอิงของธนาคารกลาง ไม่อาจตรวจสอบได้ในเชิงจริยธรรม ..มองยังไง ธนาคารกลางก็ไม่ถูกต้องทำนองคลองธรรม จากการเพิ่มเงินในระบบ และลอบส่งผ่านจนสร้างความร่ำรวยให้กับผู้ควบคุมปริมาณเงินของโลกและผู้ที่เกี่ยวข้อง

สิ่งที่ธนาคารกลางทำไปในเรื่องการเพิ่มเงินและเครดิตตามอำเภอใจ นับเป็นแผนการส่งผ่านความมั่งคั่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่โลกเคยรับรู้ กระบวนการนี้ยิ่งไปถ่างความขัดแย้งระหวางชนชั้นทั้งด้านฐานะและอิทธิพลทางการเมืองของทั้งสองชนชั้นให้มากยิ่งขึ้น

แต่ภายใต้มาตรฐานทองคำ …เรื่องแบบนี้จะไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลย

การค้าของโลกถูกโฟกัสอย่างผิดๆว่าเป็นแฟคเตอร์ของการเสื่อมสลายอย่างต่อเนื่องของชนชั้นกลางและล่าง จากทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ของพวก nationalist ..จีนจึงไม่พ้นที่จะถูกกล่าวหาว่าสร้างความไม่เป็นธรรม ดังที่เห็นในแคมเปญของ ปธน.ทรัมพ์ตอนนี้

โฟกัสดังกล่าวหันเหความสนใจจากมูลเหตุของเศรษฐกิจเลวร้ายของชนชั้นกลางและความมั่งคั่งของพวกวอลล์สตรีท จากการลดดอกเบี้ยของ Fed มาตั้งแต่ปี 2008 ….จนแม้ขนาดนี้..ฝ่าย nationalist ก็ยังคงชื่นชมนโยบายขึ้นภาษีของปธน.ทรัมพ์

ฝ่ายซ้ายก็ยังคงพูดถึงความไม่เป็นธรรมและความแตกต่างทางฐานะที่เพิ่มมากขึ้น แต่ก็เหมือนกับอีกฝ่าย พวกเขาก็ยังไม่เข้าใจเหตุผลที่แท้จริงของสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น

money ต้องถูกสร้างจากฐานของจริยธรรมเท่านั้น ระบบในปัจจุบันจะต้องถูกเปิดเผยถึงความฉ้อฉลของมัน ที่สร้างความมั่งคั่งเฉพาะกลุ่มอิลิทและนักการเมือง

มาตรฐานทองคำเท่านั้นที่จะขจัดความไม่เท่าเทียมที่แพร่กระจายอยู่ทั่วโลกจาการริเริ่มของ …ธนาคารกลาง !

**Murray N. Rothbard, What Has Government Done To Our Money? BN Publishing, 2012: 84.

Cr.Sayan Rujiramora

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *